Search

เทคนิคการบริหารจัดการสำหรับอนาคต

เราทุกคนต้องยอมรับว่า เรากำลังอยู่ในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ความซับซ้อนในการทำธุรกิจ การแข่งขันที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น แม้กระทั่ง การพัฒนาอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยี่ เศรษฐกิจที่หาความแน่นอนไม่ได้ โลกทั้งใบนับวันจะเล็กลงมากขึ้นเพราะการสื่อสารต่าง ๆ สามารถติดต่อถึงกันได้เร็ว อันเนื่องมากจากเทคโนโลยี่การสื่อสารที่ทันสมัยขึ้นทำให้การทำธุรกิจมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ผู้ส่งออกในหลาย ๆ ประเทศไม่สามารถพัฒนาตนเองให้ทันการเปลี่ยนแปลงได้ ทำให้เกิดปัญหาในการทำธุรกิจ การทำการตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรวมตัวกันของนานาประเทศและข้อตกลงต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศมีการร่วมมือกัน อย่างล่าสุดเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยน หรือ AEC ที่จะมีผลในปี 2558 ซึ่งจากสาเหตุนี้ผู้ส่งออกต่างจำเป็นที่จะต้องพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อทำให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยนำเอาความสามารถในตัวออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจให้มากที่สุด



การเตรียมตัวเพื่อการบริหารจัดการแนวใหม่สำหรับอนาคตจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทั้งที่ได้เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งมีทักษะมากมายที่ผู้ส่งออกอาจจะยังไม่ได้นำมาใช้เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจึงอยากให้นักธุรกิจส่งออกลองย้อนกลับมานำปัจจัยต่าง ๆ ในการบริหารจัดการมาใช้ในการบริหารจัดการสำหรับอนาคต ซึ่งมีทักษะบางประการที่จะนำมาเขียนในฉบับนี้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะเหล่านี้ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เพื่อยืนหยัดอยู่ในเวทีการค้าโลกอย่างเข้มแข็งต่อไป และทักษะต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้คือ


1. ความสามารถในการปรับตัว

เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในเวทีโลก นักธุรกิจส่งออกจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวหรือยืดหยุ่นตามสถานการณ์สูงเพื่อที่จะสามารถรับมือและปรับเปลี่ยนแผน และ กลยุทธ์การทำการตลาดที่รวดเร็ว ในการบริหารธุรกิจในภาวะปกติก็ต้องมีปัญหาให้เราคอยแก้อยู่เสมอไป ไม่ว่าเราจะมีการวางแผนมาเป็นอย่างดีแค่ไหน เพราะมีปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมอีกมากมายที่เกิดขึ้นระหว่างการบริหารธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก และ การที่เราจะสามารถทำตัวให้ยืดหยุ่นได้ก็จำเป็นที่จะต้องมีการติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงในแวดวงธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อจะได้รู้การเปลี่ยนแปลงแต่เนิ่น ๆ และ จะได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการบริหารหรือกลยุทธ์ได้ทันการ

2. การคิดนอกกรอบ

การคิดนอกกรอบจะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์แนวคิดการบริหารจัดการใหม่ เพื่อรับมือสถานการณ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าการวนอยู่แต่ในกรอบ เราต้องสามารถที่จะมองเห็นสถานการณ์ต่าง ๆ จากมุมมองหลาย ๆ มุม พูดกันตรง ๆ คือ อย่าบริหารจัดการตามตำรามากเกินไป เราต้องเชื่อในวิสัยทัศน์ ความรู้สึกที่สะสมมาจากประสบการณ์ของเรา เรียนรู้จากคนรอบตัว จากสภาพแวดล้อม นำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มากำหนดเป้าหมายและหาทางออกให้กับธุรกิจก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น วิสัยทัศน์ยังมีความจำเป็น แต่วิสัยทัศน์ที่ขาดความกล้าในการตัดสินใจที่จะลงมือทำก็จะทำให้ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ฉะนั้น การคิดนอกกรอบโดยอาศัยประสบการณ์ของเราที่เราเรียนรู้ทุกวันแล้วนำมากำหนดเป้าหมายและหากลยุทธ์ที่จะทำให้เกิดความสำเร็จขึ้นมาให้ได้ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำ


3. เข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่น

การเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมีความสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการเพื่ออนาคต เพราะการบริหารจัดการในอนาคตจำเป็นต้องอาศัยแนวคิดหลาย ๆ แนวคิดจากคนรอบข้าง เพราะถ้าเราไม่มีความเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่นแล้วเราก็จะเป็นคนที่ไม่รับฟังใคร เมื่อเราไม่มีการรับฟังที่ดีเราก็จะไม่สามารถที่จะได้ข้อมูลที่ดี ๆ จากคนรอบข้างมาเป็นแนวคิดเพื่อจะคิดนอกกรอบให้ได้ ฉะนั้น การเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่น การให้เกียรติคนรอบข้างจะเป็นศูนย์ข้อมูลที่ดีที่จะทำให้เราใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการนำความคิดเห็นของผู้อื่นมาพิจารณาเพื่อที่จะพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของเราต่อไป


4. ความซื่อตรง

มีปัจจัยบางอย่างที่อาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นักธุรกิจส่งออกของเรามักจะมองข้าม อาทิเช่น การไม่ตรงต่อเวลานัด, ไม่ตอบเมล์หรือโทรศัพท์กลับ หรือ ไม่สามารถทำงานให้เสร็จตามเวลาได้ เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับนักธุรกิจส่งออกจากนี้เป็นต้นไป เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อความน่าเชื่อถือ คุณค่าของนักธุรกิจ นักธุรกิจส่งออกจำเป็นที่จะต้องทำให้มีความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้า โดยเฉพาะในช่วงที่เรากำลังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้ความสนใจกับปัจจัยเหล่านี้ เปรียบเหมือนเรากำลังยืนอยู่บนฝั่งทะเลที่มีคลื่นลมค่อนข้างแรง เราจะต้องสามารถยืนหยัดได้ และ ความซื่อตรงก็เปรียบเหมือนแนวชายฝั่งที่ต้องมีความแข็งแรงที่สุดเพื่อที่จะต้านทานคลื่นลมที่รุนแรงเหล่านั้นไว้ให้ได้ เฉกเช่นเดียวกัน เราจะต้องซื่อตรงต่อธุรกิจและจะต้องยืนหยัดในการหาทางออกของปัญหาต่าง ๆ ของธุรกิจของเราให้ได้ เพื่อความมั่นคงของธุรกิจเราต่อไปในอนาคต


5. การมองโลกในแง่ดี

เรียนรู้ที่จะอยู่กับความผิดหวังหรือถูกปฏิเสธไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เรียนรู้ที่จะพัฒนาทัศนคติเชิงบวกไม่ว่าจะเกิดอะไรที่เลวร้ายกับธุรกิจของเรามากน้อยเพียงใด การเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ให้ได้นั้น เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การมองโลกในแง่ดี ไม่วิพากษ์วิจารณ์ หรือ ตัดสินความคิดของคนอื่นในแง่ลบ เมื่อเรามีทัศนคติในเชิงบวกจะทำให้เรามองธุรกิจภาพรวมในทางสร้างสรรมากกว่าด้านลบ คนที่อยู่กับสภาพแวดล้อมที่เป็นลบตลอดเวลาจะไม่สามารถที่จะมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาธุรกิจได้ดีเท่ากับคนที่มีทัศนคติเชิงบวก เพราะการคิดเชิงลบจะบั่นทอนความคิดสร้างสรรของเราเป็นเงาตามตัว


6. สร้างวิสัยทัศน์

การคิดและปฏิบัติให้เร็วกว่าคู่แข่งอย่างน้อยหนึ่งก้าวเสมอคือความหมายในข้อนี้ พูดอีกนัยหนึ่งคือการสร้างสรรแนวคิดและแนวปฏิบัติล้ำหน้าอยู่เสมอจะทำให้การบริหารจัดการธุรกิจในอนาคตเป็นไปได้ด้วยดี การวางแผนธุรกิจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอที่จะทำให้การบริหารธุรกิจมีความมั่นคงหรือปลอดภัยได้ เพราะมีปัจจัยอีกมากที่จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเป็นคู่แข่ง รสนิยม หรือ แนวทางการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค เป็นต้น ซึ่งผู้บริหารธุรกิจส่งออกจำเป็นที่จะต้องมีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้าเพื่อที่จะสร้างสรรกลยุทธ์ที่อาจจะนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจให้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นก็ได้ แต่อย่างน้อยหากเกิดปัญหาขึ้นเราจะได้แก้ไขได้ทันท่วงที


ปัจจัยต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจส่งออกที่จะต้องเกี่ยวพันกับคู่ค้ามากมายทั่วโลกที่มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อจะยืนหยัดอยู่ในโลกธุรกิจให้ได้อย่างแข็งแรง การพัฒนาทักษะการบริหารจัดการอาจจะต้องมีการพัฒนาทางจิตใจให้มากขึ้น นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะในการบริหารจัดการซึ่งเราต่างก็ถูกพัฒนาภายใต้ทฤษฏีบริหารธุรกิจที่คล้าย ๆ กันอยู่แล้ว ดังนั้น จึงมีเพียงแต่การบริหารความแข็งแรงของจิตใจที่เราสามารถที่จะสร้างความแตกต่างออกไปจากนักธุรกิจทั่ว ๆ ไปได้ โดยการดึงความสามารถเฉพาะตัวออกมาใช้ในการบริหารจัดการให้ได้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ที่สูงที่สุดต่อธุรกิจของเรา


2 views

© 2020 by People Plus Co., Ltd.

  • LinkedIn
  • Black Facebook Icon
  • Black Twitter Icon
  • Black Instagram Icon